Posted on

โรงกลึงสมุทรปราการ รับผลิตชิ้นงานตามแบบ

บริการงานกลึง CNC งานมิลลิ่ง(Milling) ด้วยเครื่องจักรทันสมัยความแม่นยำสูง ประเภทMachining Center รับผลิตชิ้นงานโลหะ,รับผลิตชิ้นส่วน,ผลิตอะไหล่ เครื่องจักร ,กลึงชิ้นงาน,รับขึ้นรูปเหล็ก ด้วยการเจียร คว้าน ปาด ,ตัดเลเซอร์ ,พับ ดัด ตัด เชื่อมประกบ โลหะ อีกทั้งยังมีบริการกัดเฟือง ,ผลิต/ซ่อมลูกกลิ้งอุตสาหกรรม รับทั้งยังรับงานMass Production และงานต้นแบบ Prototype ,งานซ่อมบำรุงอะไหล่เครื่องจักร , พลาสติกวิศวกรรม ควบคุมงานโดยวิศวกรและทีมงานมืออาชีพ

เราเป็น “โรงงานผลิตชิ้นส่วน” ในสมุทรปราการ ที่ได้คุณภาพมาอย่างยาวนา

บริการ กลึงงาน ผลิตชิ้นงานโลหะ ผลิตชิ้นส่วนตามแบบ ชิ้นส่วนอะไหล่

บริการ รับกลึงชิ้นส่วน กลึงชิ้นงาน กลึงเหล็ก กลึงงานตามแบบ กลึงเพลา

บริการ รับผลิตชิ้นงานตามแบบ ผลิตอะไหล่เครื่องจักร  ชิ้นส่วนเครื่องจักร

บริการ กัดเฟือง ทำเฟือง ผลิตเฟือง ทุกวัสดุ รับผลิตอลูมิเนียมตามแบบ

บริการ CNCเหล็ก CNCโลหะ พลาสติกวิศวกรรม ,CNC ชิ้นส่วน,กัดCNC

บริการงานมิลลิ่ง กลึงCNC กัด ปาด เจาะ ด้วยเครื่องMilling และ CNC Machining Center สามารถออกแบบชิ้นงานตามต้องการ

โรงกลึง,รับขึ้นรูปโลหะ,รับผลิตชิ้นส่วนตามแบบ,กลึงชิ้นส่วนตามแบบ,กลึงCNC,โรงกลึงCNC,รับผลิตอะไหล่เครื่องจักร,กลึงงาน,กลึงโลหะ,ผลิตชิ้นงานตามแบบ,ผลิตชิ้นส่วนสมุทรปราการ,กัดเฟือง,โรงงานผลิตชิ้นงาน,มิลลิ่ง,รับกลึงงาน,รับCNC,ขึ้นรูปทุกวัสดุ,ลูกกลิ้งอุตสาหกรรม,กัดCNC,ขึ้นรูปอลูมิเนียม

บริการ รับขึ้นรูปโลหะ ขึ้นรูปเหล็ก ขึ้นรูปอลูมิเนียม ขึ้นรูปสแตนเลส

บริการ ต๊าปเกลียว เจาะรู สกรู นิปเปอร์ มู่เลย์ เพลา EDM

บริการงานผลิตแม่พิมพ์ Mold & Die

บริการงานไวคัท (Wire cut) เลเซอร์คัท

บริการงาน พลาสติกวิศวกรรม หล่อ,ขึ้นรูป PU ,ซุปเปอร์ลีน ลูกล้อ ลูกล้อยาง

บริการงาน พับ ดัด ตัด เชื่อมประกบ โลหะ ขึ้นรูปเหล็ก

บริการงานผลิต ลูกกลิ้งอุตสาหกรรม ลูกกลิ้งยูรีเทน ,ล้อเหล็ก ,ล้อยาง

 

 

Posted on

กลึงชิ้นส่วน กลึงCNC กลึงงานตามแบบ

การกลึงมีสองลักษณะ คือ

  1. การกลึงปาดหน้า โดยใช้มีดตัดชิ้นงานไปตามแนวขวาง (Across the work)
  2. การกลึงปอกคือ การเคลื่อนมีดตัดไปตามแนวขนาน กับแนวแกนของชิ้นงาน

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดกระบวนการของการกลึงปอก คือ อัตราป้อน (Feed Rate) ความเร็วตัด (Cutting Speed) ระยะป้อนลึก (Depth of Cut) มีดกลึง (Cutting Tool) และชิ้นงานที่ต้องการทำการตัดเฉือน (Workpiece) และเมื่อมีกระบวนการในการกลึงปอกเกิดขึ้น ผลที่จะเกิดขึ้นตามมาก็คือ ขนาดของชิ้นงาน (Workpiece Dimension) ความละเอียดของผิวชิ้นงาน (Surface Roughness) เศษกลึง (Chip) การสึกหรอของมีดกลึง (Tool Wear)

ในการกลึงปอกด้วยมีดกลึงอินเสิร์ทก็จะต้องประกอบด้วยปัจจัยหลัก 5 ปัจจัยนี้เช่นเดียวกัน นอกจากนี้แล้วในการกลึงปอกด้วยมีดกลึงอินเสิร์ทยังมีปัจจัยอื่นๆ อีกที่สำคัญซึ่งควรนำมาพิจารณา ปัจจัยที่สำคัญทั้งหมดที่ใช้ในงานกลึงปอกด้วยมีดกลึงอินเสิร์ทมีดังต่อไปนี้

  • เงื่อนไขของคมตัด (Edge condition)
  • ความยาวของคมตัด (Edge length)
  • วิธีการจับยึดชิ้นงาน (Work holding method)
  • ส่วนประกอบของวัสดุ (Component material)
  • ความหนาของเม็ดมีด (Insert thickness)
  • เกรดของเม็ดมีด (Insert grade)
  • อายุของการสึกหรอ (Wear lift)
  • มุมตัด (Approach angle)
  • กำลัง (Power)
  • น้ำหล่อเย็น (Coolant)
  • ต้นทุนของคมตัด (Edge cost)
  • การหักเศษ (Chip breaker)
  • รัศมีปลายมีด (Nose radius)
  • มุมประกอบของใบมีดกลึง (Included angle)
  • อัตราป้อน (Feed rate)
  • ระยะป้อนลึก (Depth of cut)
  • ความเร็วรอบ (RPM)

ความเร็วตัด (Cutting speed) คือความเร็วที่คมมีดกลึงตัด หรือปาดผิวโลหะออก เมื่อโลหะหมุนครบ 1 รอบคมมีดกลึงก็จะตัดโลหะเป็นแนวตัดยาวเท่าเส้นรอบวงพอดี ความเร็วตัดมีหน่วยเป็น เมตร/นาที หลักเกณฑ์การเลือกใช้ความเร็วตัดมีดังนี้ คือ

  • วัสดุที่ใช้ทำเครื่องมือตัด (Cutting tools) ที่ทำมาจากเหล็กรอบสูง (High Speed Steel) สามารถใช้ความเร็วตัดเป็น 2 เท่า ของความเร็วตัดของมีดที่ทำมาจากวัสดุเหล็กคาร์บอน ส่วนวัสดุคมตัดที่มีส่วนผสมพิเศษออกไปสามารถใช้ความเร็วตัดได้กว่าเหล็กรอบสูง
  • ชนิดของวัสดุ (Material) ที่จะนำมาทำการตัดเฉือน โดยทั่วๆไปวัสดุงานที่แข็งมากจะใช้ความเร็วตัดช้ากว่าวัสดุที่อ่อนกว่า
  • รูปร่างของคมตัด ( Form Cutting Tool) มีผลต่อการทำงานมาก เช่น มีดตัดงานขาดจะใช้ความเร็วรอบต่ำกว่ามีดกลึงปอกผิว
  • ความลึกในการตัด (Depth of Cut ) ถ้าป้อนตัดลึกจะใช้ความเร็วรอบน้อยกว่าป้อนตัดตื้น
  • อัตราป้อน ( Rate of Feed) ในการป้อนตัดงานหยาบ เช่น อัตราป้อน 3 มม. ความเร็วที่ใช้ในการตัดจะต่ำกว่าการป้อนตัดขั้นสุดท้าย เช่น อัตราป้อนตัด 13 มม. เป็นต้น จะใช้ความเร็วรอบได้สูง
  • การระบายความร้อน ( Cutting lubricant) ความเร็วตัดของวัสดุบางชนิดอาจเพิ่มให้สูงขึ้นได้เมื่อมีการระบายความร้อนที่ถูกต้อง ซึ่งสารระบายความร้อนนี้ จะช่วยรักษาอุณหภูมิของคมตัดไม่ให้ร้อนสูงเกินไปขณะทำงาน
  • การจับงานให้มั่นคงแข็งแรง ( Rigidity of the Work) ในกรณีงานที่ถูกจับด้วยหัวจับ โผล่ออกมาสั้นๆจะใช้ความเร็วได้สูงกว่างานที่ถูกจับโผล่ออกมายาวๆ) ความสามารถของสภาพเครื่อง เครื่องที่แข็งแรงมีกำลังสูง สามารถใช้ความเร็วตัดได้สูง อย่างไรก็ตามอย่าใช้สูงจนคมตัดไหม้

 

กฎทั่วไปในการใช้ความเร็วตัด และอัตราป้อน

  • ถ้าอัตราป้อน (มม./รอบ) เพิ่มSpeedความเร็ว (รอบต่อนาที) ต้องลดลงเมื่อความลึกของการตัดคงที่
  • ถ้า Speed ความเร็ว เพิ่ม Feed อัตราป้อน ต้องลดลง เมื่อความลึกของการตัดคงที่
  • ถ้าความลึกในการตัดเพิ่มขึ้น Speed ต้องลดลงเมื่อ Feed คงที่

 

ผลกระทบของความเร็วตัดที่มีต่ออายุการใช้งานของมีดกลึง ( Effect of Cutting Speed )

ในการขึ้นชิ้นงาน วัสดุงาน วัสดุมีด ขนาดของชิ้นงาน ฯลฯ ควรมีความเหมาะสมเพื่อการบริหาร ค่าใช้จ่าย คุณภาพงาน และเวลา เช่นถ้าใช้ความเร็วตัดสูงเกินไปก็จะทำให้มีดกลึงสึกหรอได้เร็วกว่าปกติ นั่นก็คืออายุการใช้งานของมีดกลึงสั้นลง ทำให้ต้องลับมีดบ่อยๆ และเสียเวลาในการทำงาน ซึ่งเป็นการลดประสิทธิภาพการทำงาน และเพิ่มค่าใช้จ่าย

ความสัมพันธ์ระหว่างความเร็วตัดและอายุการใช้งานของมีดกลึงนั้น สามารถอธิบายได้ดังนี้ ขณะที่ใช้ความเร็วตัดต่ำๆ การสึกหรอของมีดจะเป็นไปอย่างช้าๆ ทั้งนี้เพราะอุณหภูมิจากการเสียดสี ระหว่างมีดกลึงกับชิ้นงานจะมีค่าต่ำ แต่ถ้าใช้ความเร็วตัดสูงขึ้นความร้อนระหว่างผิวมีดกลึงกับชิ้นงาน และเศษตัดจะเกิดมากขึ้น ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดการสึกหรอที่บริเวณผิวของมีดกลึงกับชิ้นงานที่เสียดสีกัน ซึ่งจะทำให้อายุการใช้งานของมีดกลึงสั้น

Posted on

เฟืองโซ่ คืออะไร? กี่แบบ ? รับผลิตเฟือง กลึงเฟือง กัดเฟือง

เฟืองโซ่ (Sprocket)

 

 

เฟืองโซ่แผ่นเรียบ (Sprocket No Hub Extension) หรือ Type A

เฟืองโซ่ชนิดนี้มีลักษณะเป็นแผ่นวงกลมเรียบ ขอบโดยรอบหยักเป็นฟันเฟือง มีรูตรงกลาง ไม่มีดุมตรงกลาง ทำจากเหล็ก ใช้สำหรับติดหน้าแปลน หรือดุมล้อเพื่อเป็นกลไกขับเคลื่อนเครื่องยนต์

 

เฟืองโซ่มีดุม หนึ่งข้าง (Sprocket One Side Hub Extension) หรือ Type B

ลักษณะของเฟืองโซ่มีดุมชนิดนี้ มีรูปร่างเป็นกลม มีดุมยื่นออกมาด้านใดหนึ่งด้าน และมีรูกลางดุม ขอบหยักเป็นฟันเฟืองช่วยให้ติดตั้งเฟืองโซ่เข้ากับเครื่องจักรได้แน่นหนาขึ้น นิยมใช้กับงานที่มีความเร็วต่ำ ไปจนถึงความเร็วสูง หรือใช้เป็นเฟืองโซ่จักรยาน

เฟืองโซ่มีดุม สองข้าง (Sprocket Two Side Hub Extension) หรือ Type C

เฟืองโซ่ชนิดมีดุมสองข้างนี้ มีลักษณะเป็นวงกลม มีดุมยื่นออกมาสองด้านเท่ากัน ขอบหยักเป็นฟันเฟือง ทำจากเหล็ก เฟืองโซ่ชนิดนี้นิยมใช้กับเฟืองโซ่ตัวตาม (Driven Sprocket) ซึ่งจะช่วยรับน้ำหนักได้มาก เหมาะสำหรับงานโหลดหนัก งานความเร็วสูง แรงบิดสูง เช่น เครื่องจักรกลในอุตสาหกรรมต่างๆ

หากท่านกำลังมองหา โรงกลึง ผลิตเฟือง สร้างเฟือง กัดเฟือง สามารถติดต่อได้ที่ Line : @MTMSUPPLY หรือ โทร 0814228821 เมธี

Posted on

วิธีคำนวณน้ำหนักเหล็กแผ่น Plate

โรงกลึง

วิธีคำนวณน้ำหนักของเหล็กชนิดต่างๆ ดังนี้

1. เหล็กแผ่น คือ เหล็กที่ผ่านกระบวนการรีดร้อนด้วยอุณหภูมิที่สูง จนกลายเป็น เหล็กแผ่นม้วนคุณภาพสูง ส่วนมากมักจะถูกนำมาตัดเป็นขนาดมาตรฐาน เช่น 4×8ฟุต, 5×10ฟุต จะมีสูตรในการคำนวณตามตัวอย่างนี้

    • สูตรคำนวณน้ำหนักของเหล็กแผ่นขนาด 4×8ฟุต (น้ำหนักของเหล็กแผ่น = ความหนาของเหล็ก(มิลลิเมตร) x 23.33)
      • เหล็กหนา 5 มิลลิเมตร x 23.33 = 65 กิโลกรัมต่อแผ่น
    • สูตรคำนวณน้ำหนักของเหล็กแผ่นขนาด 5×10ฟุต (น้ำหนักของเหล็กแผ่น = ความหนาของเหล็ก(มิลลิเมตร) x 5)
      • เหล็กหนา 6 มิลลิเมตร x 5 = 219 กิโลกรัมต่อแผ่น

2. เหล็กแผ่นเพลท คือ การนำเหล็กแผ่นดำ SS400 คุณภาพดีมาตัดเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมที่ต้องการด้วยเครื่องจักรประเภทต่างๆ เช่น ตัดเลเซอร์เหล็ก ตัดเหล็กด้วยแก๊ส รวมไปถึงการตัดด้วยเครื่อง hydraulic ตามขนาดที่ต้องการ

คำนวณน้ำหนักเหล็กเพลท
สูตรคำนวณน้ำหนักเหล็กเพลท
    • สูตรคำนวณน้ำหนักของเหล็กเพลท (น้ำหนักของแผ่นเพลท = ความหนา(มิลลิเมตร) x ความกว้าง(เซ็นติเมตร) x ความยาว(เซ็นติเมตร) x 0.000785)
      • แผ่นเพลท ขนาด 5 มิลลิเมตร x 10 เซ็นติเมตร x 20 เซ็นติเมตร => 5 x 10 x 20 x 0.000785 = 0.79 กิโลกรัมต่อแผ่น
      • แผ่นเพลท ขนาด 25 มิลลิเมตร x 40 เซ็นติเมตร x 40 เซ็นติเมตร => 25 x 40 x 40 x 0.000785 = 4 กิโลกรัมต่อแผ่น

3. เหล็กแผ่นเพลทสามเหลี่ยม คือ แผ่นเพลทเหล็กชนิดหนึ่งที่มีลักษณะรูปทรงสามเหลี่ยม นิยมใช้เพิ่มความแข็งแรงของเสาโดยวิธีการเชื่อมติดกับเพลทเหล็กประเภทต่างๆ

สูตรคำนวณน้ำเหล็กแผ่นเพลทสามเหลี่ยม
สูตรคำนวณน้ำหนักเหล็กเพลท
    • สูตรคำนวณน้ำหนักของเหล็กเพลทสามเหลี่ยม (น้ำหนักของแผ่นเพลทสามเหลี่ยม = ความหนา(มิลลิเมตร) x ความกว้าง(เซ็นติเมตร) x ความยาว(เซ็นติเมตร) / 2 x 0.000785)
      • แผ่นเพลทสามเหลี่ยม ขนาด 6 มิลลิเมตร x 20 เซ็นติเมตร x 40 เซ็นติเมตร => 6 x 20 x 40 /2 x 0.000785 = 88 กิโลกรัมต่อแผ่น

4. เหล็กเพลทกลม คือ แผ่นเพลทเหล็กชนิดหนึ่งมีลักษณะรูปทรงกลม เหมาะสำหรับปิดหัวเสา ปิดแป๊ปขนาดต่างๆ รวมไปถึงงานตกแต่งด้วย

สูตรคำนวณน้ำหนักเหล็กเพลทกลม
สูตรคำนวณน้ำหนักเหล็กเพลทกลม
    • สูตรคำนวณน้ำหนักของเหล็กเพลทกลม (น้ำหนักของแผ่นเพลทกลม = ความหนา(มิลลิเมตร) x รัศมี(เซ็นติเมตร) x รัศมี(เซ็นติเมตร) x 0.00247)
      • แผ่นเพลทกลม ขนาด 20 มิลลิเมตร x รัศมี 10 เซ็นติเมตร => 20 x 10 x 10 x 0.00247 = 94กิโลกรัมต่อแผ่น

 

5. แผ่นเพลทเหล็กวงแหวน คือ การนำเหล็กเพลทกลมมาเจาะรูให้มีรูปทรงลักษณะคล้ายวงแหวน นิยมใช้เป็นแหวนรอง สตัด หรือ โบลท์แบบต่างๆ เช่น เจโบลท์ แอลโบลท์ ยูโบลท์

สูตรคำนวณน้ำหนักเหล็กเพลทวงแหวน
สูตรคำนวณน้ำหนักเหล็กเพลทวงแหวน
    • สูตรคำนวณน้ำหนักของเหล็กเพลทวงแหวน (น้ำหนักของแผ่นเพลทวงแหวน = ความหนา(มิลลิเมตร) x (เซ็นติเมตร) – (เซ็นติเมตร)  x 0.00247)
      • เพลทวงแหวน ขนาด 8 มิลลิเมตร x รัศมี 10 เซ็นติเมตร x รูในรัศมี 6 เซ็นติเมตร => 8 x  –  x 0.00247 = 26กิโลกรัมต่อแผ่น

6. เหล็กแบน คือ เหล็กที่มีลักษณะหน้าแคบ หรือเล็ก แต่มีความยาว 6 เมตร เหมาะสำหรับใช้กับงานเชื่อมทำเหล็กดัด งานฝาท่อ

สูตรคำนวณน้ำหนักเหล็กแบน
สูตรคำนวณน้ำหนักเหล็กแบน
    • สูตรคำนวณน้ำหนักของเหล็กแบน (น้ำหนักของเหล็กแบน = ความหนา(มิลลิเมตร) x ความกว้าง(มิลลิเมตร) x 0.0471)
      • เหล็กแบน ขนาด 6 มิลลิเมตร x กว้าง 50 มิลลิเมตร => 6 x 50 x 0471 = 14.3 กิโลกรัมต่อเส้น

7. เหล็กพับฉาก คือ การนำแผ่นเหล็กมาตัดพับตามขนาดที่ต้องการ สามารถพับได้ทั้งขนาดเท่ากันทั้งสองด้าน หรือขนาดไม่เท่าก็ได้

สูตรคำนวณน้ำหนักเหล็กฉาก
สูตรคำนวณน้ำหนักเหล็กฉาก
    • สูตรคำนวณน้ำหนักของเหล็กฉากพับ (น้ำหนักของเหล็กฉากพับ = ความหนา(มิลลิเมตร) x [ความกว้าง1(มิลลิเมตร)+ความกว้าง2(มิลลิเมตร) – 2 x ความหนา(มิลลิเมตร)] x 0.0471)
      • เหล็กพับฉาก ขนาด 6 มิลลิเมตร กว้าง1 200 มิลลิเมตร กว้าง2 150มิลลิเมตร => 6 x [(200+100)-2 x 6] x 0471 = 81.3 กิโลกรัมต่อเส้น

8. เหล็กพับตัวยู คือ การนำเหล็กแผ่นมาพับเป็นรูปทรงคล้ายตัวยู เรียกอีกอย่างว่า เหล็กพับรางน้ำ

สูตรคำนวณน้ำหนักเหล็กตัวยู
สูตรคำนวณน้ำหนักเหล็กตัวยู
    • สูตรคำนวณน้ำหนักของเหล็กพับตัวยู (น้ำหนักของเหล็กพับตัวยู = ความหนา(มิลลิเมตร) x [ท้อง(มิลลิเมตร)+ 2 x ปีก(มิลลิเมตร) – 4 x ความหนา(มิลลิเมตร)] x 0.0471)
      • แผ่นเหล็กพับตัวยู ขนาด 4 มิลลิเมตร ท้อง 200 มิลลิเมตร ปีก 100มิลลิเมตร => 4 x [(200+2 x 100) – 4 x 4] x 0471 = 72.3 กิโลกรัมต่อเส้น

9. เหล็กตัวซี คือ เหล็กชนิดหนึ่งที่ถูกนำมาแปรรูปด้วยขั้นตอนการรีดร้อนให้มีลักษณะคล้ายตัว C นิยมใช้ในงานโครงสร้าง งานทำหลังคา

สูตรคำนวณน้ำหนักเหล็กตัวซี
สูตรคำนวณน้ำหนักเหล็กตัวซี
    • สูตรคำนวณน้ำหนักของเหล็กตัวซี (น้ำหนักของเหล็กตัวซี = ความหนา(มิลลิเมตร) x [ท้อง(มิลลิเมตร)+ 2 x ปีก1(มิลลิเมตร) + 2 x ปีก2(มิลลิเมตร) – 8 x ความหนา(มิลลิเมตร)] x 0.0471)
      • เหล็กตัวซี ขนาด 4 มิลลิเมตร ท้อง 200 มิลลิเมตร ปีก1 100มิลลิเมตร ปีก2 25มิลลิเมตร  => 4 x [(200 + 2 x 100 + 2 x 25) – 8 x 4] x 0471 = 78.7 กิโลกรัมต่อเส้น

10. เหล็กเพลา คือ การนำเหล็กมาผ่านกระบวนการรีดร้อน และรีดเย็น เพื่อให้ได้คุณภาพตามที่ต้องการ จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ เหล็กเพลาดำ ผลิตจากการรีดร้อน ส่วน เหล็กเพลาขาวเกิดจากการนำเหล็กเพลาดำมาผ่านกระบวนการรีดเย็น นิยมใช้สำหรับทำ สตัด เจโบลท์ แอลโบลท์ น๊อต สกรู ต่างๆ

สูตรคำนวณน้ำหนักเหล็กเพลา
สูตรคำนวณน้ำหนักเหล็กเพลา
    • สูตรคำนวณน้ำหนักของเหล็กเพลา (น้ำหนักของเหล็กเพลา = (มิลลิเมตร) x 006167 x ความยาว(เมตร))
      • เหล็กเพลา ขนาด 20 มิลลิเมตร ยาว 700 มิลลิเมตร  =>  x 7 x 0.006167 = 1.72 กิโลกรัมต่อชิ้น

11. เหล็กแป๊ปกลม คือ เหล็กรูปพรรณชนิดหนึ่ง ที่ใช้สำหรับงานก่อสร้าง ที่รับน้ำหนักไม่มากนัก

สูตรคำนวณน้ำหนักเหล็กแป๊ป
สูตรคำนวณน้ำหนักเหล็กแป๊ป
    • สูตรคำนวณน้ำหนักของเหล็กแป๊ปกลม (น้ำหนักของเหล็กแป๊ปกลม = ( (มิลลิเมตร) – (มิลลิเมตร)) x 006167 x ความยาว(เมตร))
      • เหล็กแป๊ปกลม ขนาดวงนอก 150 มิลลิเมตร วงใน 30 มิลลิเมตร ยาว 700 มิลลิเมตร  =>  –  x 7 x 0.006167 = 93.2 กิโลกรัมต่อเส้น

สรุป

เห็นได้ชัดว่า วิธีคำนวณน้ำหนักของเหล็ก นั้นถูกแบ่งออกเป็นหลากหลายประเภทมากมายดังนั้น เราสามารถเรียนรู้ และคำนวณน้ำหนักของเหล็กประเภทต่างๆ ด้วยตนเองผ่านสูตรต่างๆ ตามบทความนี้ เพื่อที่จะให้ท่านสามารถคุยกับวิศวกร หรือช่างรับเหมาได้รู้เรื่อง และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

หากท่านกำลังหาโรงกลึง หรือ ต้องการผลิตชิ้นส่วนสามารถติดต่อได้ที่

line : @mtmsupply หรือโทร 0814228821 K.Maytee 081-823-6895 k.ถวิล

 

Posted on

วัสดุที่ทางเราให้บริการ

รับกลึงโลหะ พลาสติกวิศวกรรม ทุกประเภท

บริการงานกลึง CNC งานมิลลิ่ง(Milling) ด้วยเครื่องจักรทันสมัยความแม่นยำสูง ประเภทMachining Center รับผลิตชิ้นงานโลหะ,รับผลิตชิ้นส่วน,ผลิตอะไหล่ เครื่องจักร ,กลึงชิ้นงาน,รับขึ้นรูปเหล็ก ด้วยการเจียร คว้าน ปาด ,ตัดเลเซอร์ ,พับ ดัด ตัด เชื่อมประกบ โลหะ อีกทั้งยังมีบริการกัดเฟือง ,ผลิต/ซ่อมลูกกลิ้งอุตสาหกรรม รับทั้งยังรับงานMass Production และงานต้นแบบ Prototype ,งานซ่อมบำรุงอะไหล่เครื่องจักร , พลาสติกวิศวกรรม ควบคุมงานโดยวิศวกรและทีมงานมืออาชีพ

เราเป็น “โรงงานผลิตชิ้นส่วน” ในสมุทรปราการ ที่ได้คุณภาพมาอย่างยาวนาน

เหล็ก (SS400 S45C S50C SCM440 SKD11)
สแตนเลส (SUS304 SUS316 SUS416)
อลูมิเนียม (AL5052,5053,5083 AL6063 AL6061 AL7073 AL7075)
ทองเหลือง ทองเหลืองลายเสือ ทองแดง
พลาสติกวิศวกรรม PE , PP , Nylon , ยูรีเทน , ซุปเปอร์ลีน

หากท่านกำลังหาโรงกลึง หรือ ต้องการผลิตชิ้นส่วนสามารถติดต่อได้ที่

line : @mtmsupply หรือโทร 0814228821 K.Maytee 081-823-6895 k.ถวิล

 

Posted on

การหล่อโลหะ

โรงกลึง,รับขึ้นรูปโลหะ,รับผลิตชิ้นส่วนตามแบบ,กลึงชิ้นส่วนตามแบบ,กลึงCNC,โรงกลึงCNC,รับผลิตอะไหล่เครื่องจักร,กลึงงาน,กลึงโลหะ,ผลิตชิ้นงานตามแบบ,ผลิตชิ้นส่วนสมุทรปราการ,กัดเฟือง,โรงงานผลิตชิ้นงาน,มิลลิ่ง,รับกลึงงาน,รับCNC,ขึ้นรูปทุกวัสดุ,ลูกกลิ้งอุตสาหกรรม,กัดCNC,ขึ้นรูปอลูมิเนียม

การหล่อโลหะ

E0B881E0B8B2E0B8A3E0B8ABE0B8A5E0B988E0B8ADE0B982E0B8A5E0B8ABE0B8B0.jpg

การหล่อโลหะ (Casting) หมายถึง การขึ้นรูปโลหะโดยนำโลหะมาหลอมเหลว แล้วเทหรือฉีดเข้าสู่แบบหล่อ (Mould) หรือแม่พิมพ์ (Die) เมื่อโลหะแข็งตัวก็จะได้ชิ้นงานที่มีรูปร่างตามต้องการ ประกอบด้วยการเทน้ำโลหะลงในแบบที่ทำไว้เป็นรูปร่างต่างๆแล้วปล่อยให้น้ำโลหะแข็งตัว จากนั้นจึงเอาชิ้นงานมาตกแต่งหรือนำไปผ่านขบวนการทางความร้อนจึงจะได้ชิ้นงานสำเร็จที่จะนำไปใช้งานต่อไป

ขนาดของชิ้นงานจะมีขนาดตั้งแต่น้ำหนักน้อยๆไปจนถึงขนาดใหญ่ที่มีน้ำหนักเป็นหลายตัน คุณสมบัติของชิ้นงานหล่อจะเกี่ยวพันกับธรรมชาติของโลหะที่จะนำมาหล่อ ชนิดแบบหล่อ ขนาด และรูปร่างของชิ้นงานหล่อ และอัตราการเย็นตัวเป็นอย่างมาก กระบวนการของการหล่อโลหะจะมีขั้นตอนการทำงานมากไปกว่าการเพิ่มความร้อนจนโลหะหลอมละลายแล้วนำโลหะไปเทลงแบบ โดยทั่วไปจะมีการเติมโลหะชนิดอื่นลงไปผสมและยังมีวิธีการขจัดสารมลทินแปลกปลอมเข้ามาเกี่ยวข้องอีกด้วย

การหล่อโลหะทำได้หลายวิธี เช่น

– หล่อในแบบหล่อทราย

– หล่อในแบบหล่อเซรามิกส์

– หล่อแบบฉีดหรือไดคาสท์

– หล่อเหวี่ยง

– หล่อต่อเนื่อง

ข้อพิจารณาในการเลือกวิธีหล่อโลหะมีหลายอย่าง เช่น

– ขนาดหรือความหนา

– รูปร่างและความซับซ้อนของงาน

– ราคา

– จำนวนที่ต้องการผลิต

– ความเรียบผิว และชนิดของโลหะกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับกรรมวิธีการหล่อโลหะ

การอบชุบโลหะ (Heat Treatment)

การชุบเคลือบผิว (Surface Treatment)

การเชื่อม (Welding & Joining)

E0B8ABE0B8A5E0B988E0B8ADE0B982E0B8A5E0B8ABE0B8B0.jpg

การทำงานหล่อมีขั้นตอนการทำที่แตกต่างกันไปตามชนิดของแบบหล่อ ในเบื้องต้นถ้าเป็นการทำโดยใช้หล่อทรายชื้นซึ่งเป็นที่นิยมใช้กันทั่วไปในประเทศ เริ่มต้นจาก การออกแบบงานหล่อ และ การสร้างกระสวน ให้ได้รูปร่างตามที่ได้ออกแบบไว้ (ในขั้นตอนนี้งานหล่อทุกชนิดจะต้องมีกระสวน) ก่อนนำมาใช้ในการขึ้นรูปเป็นแบบทรายหล่อ เพื่อให้ได้แบบหล่อที่พร้อมที่จะเทหล่อ หากลักษณะงานที่ต้องการให้มีโพรงจะต้องมีขั้นตอนการทำใส้แบบเพิ่มมาอีก และก่อนเทจะต้องประกอบไส้แบบเข้ากับแบบทรายหล่อให้เรียบร้อย ในขั้นตอนการเตรียมน้ำโลหะ จะต้องมีการควบคุมคุณภาพของน้ำโลหะให้ได้ส่วนผสมตามที่กำหนดเสียก่อน จึงนำไปเทลงในแบบหล่อที่เตรียมไว้ เมื่อเทหล่อแล้ว ปล่อยให้งานหล่อแข็งตัวสมบูรณ์และเย็นตัวลงดีเสียก่อนจึงทำการลื้อแบบหล่อในขั้นตอนต่อไป งานหล่อที่ได้จะต้องผ่านการตรวจสอบเบื้องต้นด้วยตา และนำมาทำความสะอาด ตัดรูล้น หัวป้อน และหากต้องการตัดแต่งด้วยเครื่องมือกลจะต้องทำให้เสร็จเรียบร้อยเสียก่อน ที่จะจัดส่งให้กับลูกค้าต่อไป

Posted on

หลักการทำงานของเครื่องจักรกล ซีเอ็นซี ( CNC )

โรงกลึง,รับขึ้นรูปโลหะ,รับผลิตชิ้นส่วนตามแบบ,กลึงชิ้นส่วนตามแบบ,กลึงCNC,โรงกลึงCNC,รับผลิตอะไหล่เครื่องจักร,กลึงงาน,กลึงโลหะ,ผลิตชิ้นงานตามแบบ,ผลิตชิ้นส่วนสมุทรปราการ,กัดเฟือง,โรงงานผลิตชิ้นงาน,มิลลิ่ง,รับกลึงงาน,รับCNC,ขึ้นรูปทุกวัสดุ,ลูกกลิ้งอุตสาหกรรม,กัดCNC,ขึ้นรูปอลูมิเนียม

หลักการทำงานของเครื่องจักรกล ซีเอ็นซี ( CNC )


หลักการทำงานของเครื่องจักรกลซีเอ็นซี (CNC) จะคล้ายคลึงกับเครื่องจักรกลทั่วๆ ไป คือ พื้นฐานเบื้องต้นของการทำงานของเครื่องจักรกลซีเอ็นซี (CNC) จะทำการผลิตชิ้นงานเหมือนกับเครื่องจักรกลทั่วไปแต่จะแตกต่างกันที่การควบคุมการทำงาน การควบคุมการทำงานของเครื่องจักรกลซีเอ็นซีจะใช้คอมพิวเตอร์ควบคุมการทำงานในขั้นตอนต่าง ๆ แทนที่จะใช้คนควบคุมเครื่องส่วนของการควบคุมเครื่องจักรแบ่งออกได้เป็น 2 ส่วนใหญ่ ๆ คือ
1. การควบคุมการเคลื่อนที่ไปยังตำแหน่งที่ต้องการ ( Movement )

2. การควบคุมความเร็วของการเคลื่อนที่ (Speed)

หลักการทำงานของเครื่องจักรกลซีเอ็นซี
เครื่องจักรกลซีเอ็นซี (CNC) จะทำงานได้นั้น ระบบควบคุมของเครื่องจะต้องได้รับคำสั่งเป็นภาษาที่ระบบควบคุมเข้าใจได้เสียก่อนว่าจะให้เครื่องจักรกลซีเอ็นซีทำอะไร ดังนั้นจึงจำเป็นจะต้องป้อนโปรแกรมเข้าไปในระบบควบคุมของเครื่องผ่านแป้นพิมพ์ ( Key Board ) หรือเทปแม่เหล็ก ( Magnetic Tape ) เมื่อระบบควบคุมอ่านโปรแกรมที่ป้อนเข้าไปแล้ว ก็จะนำไปควบคุมให้เครื่องจักรกลทำงานโดยอาศัยมอเตอร์ป้อน ( Feed Moter ) เพื่อให้แท่นเลื่อนเคลื่อนที่ได้ตามที่เราต้องการ เช่น เครื่องกลึงซีเอ็นซี ( CNC Machine ) ก็จะมีมอเตอร์ในการเคลื่อนที่อยู่ 2 ตัว หรือเครื่องกัดซีเอ็นซีก็จะมีมอเตอร์ป้อน 3 ตัว จากนั้นระบบควบคุมอ่านโปรแกรมเสร็จแล้ว ก็จะเปลี่ยนรหัสโปรแกรมนั้นให้เป็นสัญญาณทางไฟฟ้าเพื่อไปควบคุมให้มอเตอร์ทำงาน แต่เนื่องจากสัญญาณที่ออกจากระบบควบคุมนี้มีกำลังน้อย ไม่สามารถไปหมุนขับให้มอเตอร์ทำงานได้ ดังนั้น จึงต้องส่งสัญญาณนี้เข้าไปในภาคขยายสัญญาณของระบบขับ ( Drive amplified ) และส่งสัญญาณต่อไปยังมอเตอร์ป้อนแนวแกนที่ต้องการเคลื่อนที่ ตามที่โปรแกรมกำหนด ความเร็วและระยะทาง การเคลื่อนที่ของแท่นเลื่อนจะต้องกำหนดให้ระบบควบคุมรู้เนื่องจากระบบควบคุมซีเอ็นซี ( CNC )ไม่สามารถมองเห็นได้ ซึ่งจะแตกต่างกับช่างควบคุมเครื่องจักรที่อาศัยสายตามองดูตำแหน่งของคมตัดกับชิ้นงาน ก็จะรู้ว่าต้องเลื่อนแท่นเลื่อนไปอีกเป็นระยะทางเท่าใดถึงจะถึงชิ้นงาน ดังนั้น จึงต้องออกแบบอุปกรณ์หรือเครื่องมือที่สามารถจะบอกตำแหน่งของแท่นเลื่อนให้ระบบควบคุมได้รู้ อุปกรณ์ชุดนี้เรียกว่า ระบบวัดขนาด ( Measuring System) ซึ่งประกอบด้วยสเกลแนวตรง ( Liner Scale ) มีจำนวนเท่ากับจำนวนแนวแกนในการเคลื่อนที่ของเครื่องจักรกล ทำหน้าที่ส่งสัญญาณไฟฟ้าที่สัมพันธ์กับระยะทางที่แท่นเลื่อนเคลื่อนที่กลับไปยังระบบควบคุม ทำให้ระบบควบคุมรู้ว่าแท่นเลื่อนเคลื่อนที่ไปเป็นระยะทางเท่าใด

จากหลักการควบคุมการทำงานดังกล่าว ทำให้เครื่องจักรกลซีเอ็นซีสามารถผลิตชิ้นงานให้มีรูปร่างและรูปทรงให้มีขนาดตามที่เราต้องการได้ เนื่องจากการสร้างและการทำงานที่เหนือกว่าเครื่องจักรกลทั่วไป จึงทำให้เครื่องจักรกลซีเอ็นซีเป็นปัจจัยหนึ่งที่มีความสำคัญมากในปัจจุบันนี้ หากต้องการผลิตสินค้าให้ได้จำนวนมากๆ และลดจำนวนระยะเวลาการผลิตของสินค้

รับผลิตชิ้นส่วนโลหะตามแบบ
บริการงานกลึง CNC งานมิลลิ่ง(Milling) ด้วยเครื่องจักรทันสมัยความแม่นยำสูง ประเภทMachining Center การเจียร คว้าน ปาด ,ตัดเลเซอร์ ,พับ ดัด ตัด เชื่อมประกบ โลหะ ,กัดเฟือง ,ลูกกลิ้งอุตสาหกรรม ,งานMass Production ,งานต้นแบบ Prototype ,งานซ่อมบำรุงอะไหล่เครื่องจักร , พลาสติกวิศวกรรม ควบคุมงานโดยวิศวกรและทีมงานมืออาชีพ

โรงกลึงสมุทรปราการ , โรงกลึงบางพลี , โรงกลึงแพรกษา 

หากท่านกำลังหาโรงกลึง หรือ ต้องการผลิตชิ้นส่วน สามารถติดต่อได้ที่line : @mtmsupply หรือโทร 0814228821 K.Maytee

Line-icon.png

 

Posted on

การกัด หรือ มิลลิ่ง (Milling) มีอะไรบ้าง ไปรู้จักกันเลย

โรงกลึง,รับขึ้นรูปโลหะ,รับผลิตชิ้นส่วนตามแบบ,กลึงชิ้นส่วนตามแบบ,กลึงCNC,โรงกลึงCNC,รับผลิตอะไหล่เครื่องจักร,กลึงงาน,กลึงโลหะ,ผลิตชิ้นงานตามแบบ,ผลิตชิ้นส่วนสมุทรปราการ,กัดเฟือง,โรงงานผลิตชิ้นงาน,มิลลิ่ง,รับกลึงงาน,รับCNC,ขึ้นรูปทุกวัสดุ,ลูกกลิ้งอุตสาหกรรม,กัดCNC,ขึ้นรูปอลูมิเนียม

การกัดมีแบบไหนบ้าง

  • การกัดแนวตั้ง (Face Milling) ดอกกัดจะถูกติดตั้งกับหัวจับยึดเครื่องมือตัด และหมุนรอบแกนในแนวตั้ง โดยมีคมตัดที่ปลายและขอบด้านนอกของดอกกัด ทำให้ผิวงานกัดจะเรียบกว่างานแนวนอน เนื่องจากแรงกดน้อยกว่า 
  • การกัดแนวนอน (Horizontal Milling) เป็นกระบวนการตัดเฉือนโดยวางหัวกัดขนานกับชิ้นงาน หัวกัดจะสวมเข้ากับแกนสวมมีด และหมุนรอบแกนในแนวนอน แต่ละทิศทางจะแตกต่างกัน คือการกัดทวนเข็ม และ การกัดตามเข็ม

การกัดชิ้นงาน มีกี่ประเภท ??

  • การกัดราบ Slab Milling
  • การกัดราบใช้เพื่อสร้างผิวราบ เรียบในแนวนอนขนานกับแกนหมุนของดอกกัด Plain slab mills โดยดอกกัดจะมีความกว้างที่ขยายเกินชิ้นงานออกไปทั้งสองด้าน
  • การกัดร่อง Slotting Milling
  • การกัดร่อง ความกว้างของเครื่องมือตัดจะน้อยกว่าความกว้างของชิ้นงาน ทำให้เกิดเป็นร่องลึกหรือช่องในงาน สามารถทำร่องบนชิ้นงานได้หลายลักษณะ ไม่ว่าจะเป็นร่องสั้น ยาว กว้าง แคบ ลึก ตื้น รวมถึงร่องปิด ร่องเปิด เป็นแนวตรงหรือโค้งก็ได้ ขึ้นอยู่กับชนิดของเครื่องมือตัดที่ใช้งาน ชิ้นงานสามารถตัดออกจากกันเป็นสองชิ้นได้ โดยการกัดร่องเล็กๆ ตลอดความลึกของชิ้นงาน จะเรียกวิธีนี้ว่า การเลื่อย
  • การกัดข้าง Side Milling
  • การกัดข้าง เป็นการกัดเพื่อสร้างพื้นผิวแนวตั้งเรียบที่ด้านข้างของชิ้นงาน โดยใช้หัวกัดข้าง (Side Milling Cutter) สามารถกำหนดความลึกของการตัดได้ โดยการปรับระดับโต๊ะ
  • การกัดคร่อม Straddle Milling
  • การกัดคร่อม เป็นการกัดแนวนอนคล้ายกับการกัดข้าง ทำได้โดยการติดตั้งหัวกัด 2 ชิ้น บนแกนสวมมีด (Arbor) เดียวกัน และคั่นด้วยที่กั้นระยะ แหวนรอง และแผ่นชิม เพื่อให้ระยะห่างระหว่างฟันตัดของใบมีดเท่ากับความกว้างของพื้นที่ชิ้นงานที่ต้องการพอดี หัวกัดคร่อมบนชิ้นงาน จึงสามารถกัดชิ้นงานทั้งสองด้านได้พร้อมกัน มักใช้ตัดงานที่ขนานกัน หรือตัดชิ้นงานตั้งแต่สองชิ้นขึ้นไปในครั้งเดียว ลดการทำงานสองกระบวนการลง และยังควบคุมความกว้างของงานได้อย่างแม่นยำ สามารถใช้วิธีนี้ในการตัดชิ้นงานให้เป็นสี่เหลี่ยมหรือหกเหลี่ยมได้ โดยจับยึดด้วยฟิกเจอร์แบบหัวแบ่ง หรือปากกาจับชิ้นงานแบบหมุน แล้วทำการตัดด้านหนึ่งของงาน จากนั้นให้หมุนแกนหมุนของฟิกเจอร์หรือปากกาจับชิ้นงาน 90 องศา แล้วจึงกัดคร่อมอีกสองด้านของชิ้นงาน ก็จะได้ชิ้นงานรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส
  • การกัดโค้ง Contour Milling
  • การกัดโค้งเป็นการกัดชิ้นงานให้เป็นรูปทรงโค้ง นูน เว้า หรือรูปทรงอื่นๆด้วยหัวกัดที่มีรูปทรงพิเศษซึ่งเป็นตัวกำหนดรูปร่างของร่องที่ตัด
  • การกัดปาดหน้า Conventional Face Milling
  • การกัดปาดหน้า หรือ การกัดผิวหน้าราบ เป็นการกัดโดยใช้หัวกัดปาดหน้า (Face milling cutter) ที่มีขนาดใหญ่เพื่อปาดผิวหน้าของชิ้นงานออกเป็นบริเวณกว้าง สร้างพื้นเรียบ มักใช้งานที่ต้องการความเรียบผิวที่ดีและต้องได้ค่าความขนานของชิ้นงาน
  • การกัดบ่า Partial Face Milling
  • การกัดบ่าเป็นงานกัดขั้นพื้นฐานที่มีเครื่องมือจะสร้างระนาบและพื้นผิวบ่าฉากพร้อมกัน ซึ่งต้องใช้การกัดขอบนอกร่วมกับการกัดปาดหน้า หนึ่งในข้อกำหนดที่สำคัญที่สุดคือการกัดให้ได้90องศา การกัดบ่าฉากสามารถทำได้โดยใช้หัวกัดบ่า Long edge Cutter หัวกัดข้าง หัวกัดหน้า และดอกเอ็นมิลได้ เนื่องจากตัวเลือกมากมายเหล่านี้ ผู้ใช้งานจึงจำเป็นต้องพิจารณาข้อกำหนดในการกัดอย่างรอบคอบ เพื่อเลือกเครื่องมือให้เหมาะสมที่สุด
  • การกัดร่องหรือการกัดด้วยดอกเอ็นมิล End Milling 
  • เป็นการกัดชิ้นงานในแนวตั้งด้วยดอกกัด หรือดอกเอ็นมิล ที่เส้นผ่าศูนย์กลางจะน้อยกว่าความกว้างของงาน เนื่องจากดอกเอ็นมิล มีคมตัดทั้งด้านข้างและส่วนปลาย รวมถึงมีรูปทรงมากมายให้เลือกใช้ ดังนั้นจึงสามารถทำการตัดชิ้นงานได้หลายรูปแบบ ทั้งงานกัดขึ้นรูป กัดตามรอย กัดขอบ กัดปาดหน้า และกัดร่อง
  • การกัดรูปร่าง Profile Milling
  • กระบวนการกัดด้วยดอกเอ็นมิล ทั้งการกัดหลายแกนเป็นทรงตรง รูปร่างนูนโค้งเว้าแบบ2 และ3 มิติ รวมถึงการกัดลวดลายที่ซับซ้อนบนชิ้นงานในการทำงานครั้งเดียว มักใช้ในการกัดกึ่งละเอียด หรือ การกัดละเอียด พื้นผิวแนวตั้งหรือลาดเอียงเพื่อขึ้นรูปชิ้นงาน สร้างรูปทรงบนผิวชิ้นงานให้โค้งหรือตรงได้ตามความต้องการ
  • การกัดหลุม Pocket Milling 
  • การกัดหลุม เป็นการกัดแบบเฉพาะส่วนบนพื้นผิวหน้าของชิ้นงาน ให้เป็นหลุมตื้นๆ ด้วยดอกกัดหรือดอกเอ็นมิล
  • การกัดต่างระดับ หรือ การกัดผิวโค้ง Surface Milling
  • เป็นการทำให้เกิดผิวโค้งบนงานด้วยดอกกัดหัวบอล หรือ ดอกเอ็นมิลปลายมน (Ball Nose Endmill) ถูกป้อนกลับไปกลับมาทั่วงานตามแนวโค้ง เพื่อสร้างรูปทรงพื้นผิวสามมิติที่ต้องการบนพื้นผิวชิ้นงานมักใช้เพื่อสร้างรูปทรงแม่พิมพ์ (Molds and Dies 

     

    การกัดชิ้นงาน การมิลลิ่ง มีกระบวนการวิธีคือการตัดเฉือนชิ้นงาน ให้ได้ขนาดตามแบบด้วยการทำให้ชิ้นงานเคลื่อนผ่านเครื่องมือตัดที่หมุนอยู่กับรอบแกน (Spindle)  เครื่องมือตัดจะถูกกดเข้ากับชิ้นงานเพื่อกดวัสดุให้หลุดจากชิ้นงาน โดยการตัดเฉือนเกิดขึ้นจากการหมุนมีดกัดงานหรือคัตติ้งทูล (Cutting tools) ให้มีความเร็วที่เหมาะสม ซึ่งทูลจะมีลักษณะคล้ายดอกสว่านสำหรับเจาะชิ้นงาน แต่มีคมตัดที่สามารถตัดเฉือนจากด้านในได้ เมื่อคมตัดสัมผัสกับชิ้นงานก็จะตัดเฉือนออกไปทีละนิดทีละน้อย เป็นกระบวนการหลักในการผลิตชิ้นส่วน สามารถใช้กับวัสดุหลากหลาย เช่น เหล็ก อลูมิเนียม สแตนเลส ทองแดง พลาสติก 

    เครื่องกัด (Milling Machine) คือเครื่องจักรที่ใช้สำหรับกัดชิ้นงาน โดยหลักการ เครื่องกัดจะประกอบด้วย แกนหมุน (Spindle) คือส่วนที่ทำหน้าที่จับยึดเครื่องมือตัดและขับเคลื่อนให้เครื่องมือตัดหมุนด้วยสปีดสูง และ โต๊ะจับชิ้นงาน คือโต๊ะที่ใช้วางและจับยึดชิ้นงานให้มั่นคง เพื่อให้ชิ้นงานอยู่นิ่งอย่างมั่นคงอันเกิดจากแรงที่เกิดจากการกัดชิ้นงาน

    เมื่อติดตั้งเครื่องมือตัดแล้วจะสามารถปรับความเร็วของแกนSpindle ให้เหมาะกับชิ้นงานที่ต้องการผลิต แนวขึ้นลงจะเป็นแกน Z ส่วนแนวยาวจะเป็นแกน X และแนวขว้างจะเป็นแกน Y และยังสามารถตั้งค่า Table เคลื่อนที่เป็นแนวตรงเพื่อป้อนชิ้นงานเข้าหาFeed ด้วยความเร็วคงที่เพื่อให้ผิวของชิ้นงานเรียบเนียนทั้งชิ้นงาน

    เครื่องแมชชีนนิ่งเซ้นเตอร์ (Machining center) คือเครื่องกัดชิ้นงานแบบอัตโนมัติ ซึ่งต่างกับแบบธรรมดา ที่การควบคุมจะควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ รวมถึงการเปลี่ยนชนิดของทูลได้อัตโนมัติ ทำให้การทำงานต่อเนื่องจนจบกระบวนการโดยไม่ต้องใช้คนในการผลิต ไม่ต้องเสียเวลาหยุดเครื่องจักร ลดความผิดพลาด เพื่มประสิทธิภาพการทำงาน

 

Posted on

10เครื่องCNC ที่นิยมในปัจจุบัน

โรงกลึง,รับขึ้นรูปโลหะ,รับผลิตชิ้นส่วนตามแบบ,กลึงชิ้นส่วนตามแบบ,กลึงCNC,โรงกลึงCNC,รับผลิตอะไหล่เครื่องจักร,กลึงงาน,กลึงโลหะ,ผลิตชิ้นงานตามแบบ,ผลิตชิ้นส่วนสมุทรปราการ,กัดเฟือง,โรงงานผลิตชิ้นงาน,มิลลิ่ง,รับกลึงงาน,รับCNC,ขึ้นรูปทุกวัสดุ,ลูกกลิ้งอุตสาหกรรม,กัดCNC,ขึ้นรูปอลูมิเนียม

1. HASS UMC-1000 SS  เครื่อง CNC 5แกนความเร็วสูงที่มาพร้อมกับระบบ Intuitive Probing System แบบไร้สาย เครื่องมือกลทำงานด้วยความเร็วสูงสุดที่ 12,000 rpm  รอบรับเครื่องมือกล 30+1 ชิ้น

2. DMG MORI DMU50 เครื่องกัด 5 แกน รองรับน้ำหนักชิ้นงานได้ถึง 300 กิโลกรัม ความเร็วมาตรฐานอยู่ที่ 14,000 rpm  รองรับการใช้งานซอฟท์แวร์ CELOS/SIEMENS และ HEIDENHAIN ที่ตอบสนองต่อการทำงานในยุค 4.0

3. OKUMA MULTUS 250II เครื่อง CNC ที่สามารถกัดชิ้นงานและกลึงชิ้นงานได้ในเครื่องเดียว ทำให้สามารถผลิตชิ้นงานที่มีความซับซ้อนได้ในเวลาที่น้อยลง

4. TORMACH 1100 MX เครื่องกัด 3 แกน ที่มาพร้อมกับมอเตอร์เซอร์โว ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 10,000 rpm รวมถึงหน้าจอควบคุมีท่แสดงผลได้อย่างละเอียดและเข้าใจง่าย

5. BIG KAISER Fully Closed Loop Digital Boring Head หัวคว้านดิจิทัล สามารถปรับตั้งค่าได้อย่างง่ายดายโดยเครื่อง CNC สามารถตรวจวัดการทำงานและดำเนินการขึ้นรูปชิ้นงานได้อย่างแม่นยำ สามารถตรวจสอบความผิดพลาดชิ้นงานรวมถึงการสึกหรอของเครื่องมือได้ด้วยการปรับตั้งผ่านโปรแกรม ทำให้ประหยัดเวลาในการผลิตลงได้

6. GROB G350T เครื่องกัด Mill-Turn 5 แกน ที่สามารถผลิตชิ้นส่วนได้อย่างละเอียดโดยเฉพาะชิ้นงานที่มีขนาดเล็ก สามารถปรับใช้งานได้หลากหลายตามความต้องการ

7. Matsuura MAM72-35V เครื่องจักร 5 แกนขนาดเล็กที่สามารถใส่ได้ถึง 40 พาเลท และเครื่องมือกลอีกกว่า 512 ชิ้น ประหยัดเวลาในการเตรียมพร้อมก่อนการผลิตลดระยะเวลาการผลิตลงด้วยคามพร้อมของเครื่อง

8. WFL M120 เครื่องกัด Mill-Turn ขนาดยักษ์รองรับการผลิตชิ้นส่วนขนาดใหญ่ สามารถรองรับชิ้นส่วนที่มีความยาว 2 เมตร รองรับน้ำหนักกว่า 400 กิโลกรัม เหมาะสำหรับชิ้นส่วนอากาศยานหรือชิ้นส่วนสำหรับงานขุดเจาะน้ำมัน

9. Doosan PUMA 1000M อีกหนึ่งเครื่องกลึงขนาดใหญ่ที่มาพร้อมกับ Boring Bar ที่ยาวที่สุดจาก SANDVIK ที่มีเทคโนโลยี Silent Tool ลดการสั่นสะเทือนเหมาะกับการผลิตชิ้นส่วนสำหรับอุตสาหกรรมน้ำมันหรืออากาศยาน

10. Hermle Boring Machine เครื่องจักรที่อาจเรียกได้ว่าเตะตาที่สุดในงาน ด้วยความสามารถในการผลิตที่มความละเอียดสูงมากและมีมุมการผลิตที่ค่อนข้างอิสระ

10 เครื่องนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเทคโนโลยีที่น่าสนใจซึ่งสามารถพบเห็นได้ในงานแสดงเครื่องจักรอุตสาหกรรมใหญ่ ๆ เป็นหลัก ซึ่งในบ้านเราก็มีการจัดงานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมที่น่าสนใจอยู่ตลอดทั้งปีเช่นเดียวกัน

Posted on

ทำความรู้จักโรงกลึง

โรงกลึง,รับขึ้นรูปโลหะ,รับผลิตชิ้นส่วนตามแบบ,กลึงชิ้นส่วนตามแบบ,กลึงCNC,โรงกลึงCNC,รับผลิตอะไหล่เครื่องจักร,กลึงงาน,กลึงโลหะ,ผลิตชิ้นงานตามแบบ,ผลิตชิ้นส่วนสมุทรปราการ,กัดเฟือง,โรงงานผลิตชิ้นงาน,มิลลิ่ง,รับกลึงงาน,รับCNC,ขึ้นรูปทุกวัสดุ,ลูกกลิ้งอุตสาหกรรม,กัดCNC,ขึ้นรูปอลูมิเนียม

โรงกลึง คืออะไร วันนี้เราจะมาอธิบายให้ฟัง เดิมทีรูปแบบเดิมของกิจการโรงกลึงมักจะเป็นไปในลักษณะของการผลิตช้ินส่วนตามแบบเพื่อซ่อมแซมให้กับเครื่องจักรของบริษัทต่างๆที่นำเข้ามา โรงกลึงส่วนใหญ่ตั้งอยู่ที่แหล่งอุตสาหกรรม เช่น สมุทรปราการ ชลบุรี สมุทรสาคร ระยอง อยุธยา เป็นต้น ในช่วงแรกๆของยุคพัฒนาอุตสาหกรรมไทย เริ่มจากการทําางานที่มีความละเอียดของงานไม่สูง และเมื่อชิ้นงานยากขึ้นจะไม่สามารถรับงานได้ ทำให้ซัพพลายเออร์ที่ไม่มีความชำนาญมากนักได้เริ่มหายไปจากวงการ จากน้ันโรงกลึงได้มีการพัฒนามาสู่การผลิตเพื่อรองรับ อุตสาหกรรมการผลิต เครื่องจักรกลใหม่ๆ ความสามารถที่มากขึ้นของเครื่องกลึง และความชำนาญที่มากขึ้นของกิจการโรงกลึงในประเทศ โดยเฉพาะภายหลังจาก ที่อุตสาหกรรมยานยนต์ มีการเติบโตมากขึ้น ตามลำดับ จึงก่อให้เกิดผู้ประกอบการในรูปแบบซัพพลายเออร์ขึ้นมากมาย

เพื่อทำชิ้นส่วนยานยนต์ และทำให้กิจการโรงกลึง มีความก้าวหน้ามากขึ้น โดยมีการนำ เครื่องมือกลที่มีความละเอียดสูงมาใช้รวมไปถึงมีการใช้เครื่องมือกลที่ควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์ หรือ เครื่องกลึงCNC ย่อมาจาก Computer Numerical Control Machine ตลอดจนระบบ Flexible Manufacturing System มาใช้ด้วย

แต่ทั้งนี้โรงกลึงที่มีเครื่องมืออุปกรณ์ที่ดีและทันสมัยยังเป็นเพียงส่วน้อยในปัจจุบัน เพราะต้อวใช้เงินลงทุนสูงพอสมควรส่งผลให้โรงกลึงส่วนใหญในไทยยังคงเป็นเพียงผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็กที่ใช้แรงงานฝีมือ และเทคโนโลยีไม่สูงมากนัก

ปัจจุบันโรงกลึงในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นการผลิตภายใต้เครื่องหมายการค้าของลูกค้า ท้ังในรูปแบบของ Original Equipment Manufacturing (OEM) ท่ีผลิตภัณฑ์ต่างๆ จะได้รับการวิจัยและ ออกแบบจากลูกค้าโดยลูกค้าจะส่ง สินค้าต้นแบบให้ก้บบริษัทเพื่อทำการแกะแบบและผลิตชิ้นงานออกมา และในรูปแบบของ Original Design Manufacturing (ODM) ที่ผลิตภัณฑ์จะถูกวิจัยและออกแบบเองโดยบริษัทตามความต้องการของลูกค้า ที่อาจจะเป็นทั้งกลุ่มภายในประเทศและต่างประเทศ กล่าวคือโรงกลึง ส่วนมากไมได้มีการออกชิ้นงาน เป็นตราโลโก้ของบริษัทเอง ทั้งนี้การรับจ้างผลิตไม่ใช่เรื่องง่ายและไม่ใช่ว่าใครจะมาทำได้ เพราะต้องเป็นที่รู้จักและมีคุณภาพจริงๆ การกลึงชิ้นงานมีมาตรฐานในราคาที่เหมาะสมจึงจะทำให้ลูกค้าจ้างได้ โดยระยะเวลาในการผลิตพร้อมส่งมอบจะอยู่ท่ีประมาณ 7-14วัน หรือ 30-45วัน ปัจจัยอยู่กับความยากง่ายของวัตถุดิบหรือชิ้นงาน และความชำนาญของโรงกลึงบทบาท โรงกลึง ในอนาคต1.อุตสาหกรรมด้านหุ่นยนต์ในการผลิต มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆอย่างต่อเนื่อง2.อุตสาหกรรมการบินและการขนส่ง มีแนวโน้มเติมโตเช่นกัน โดยเฉพาะการซ่อมบำรุง 3.อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ รวมไปถึงการเพิ่มมูลค่าให้วัตถุดิบทางการเกษตร4.อุตสาหกรรมดิจิทัล มาตรฐานใหม่ในการดำรงชีพของโลกปัจจุบัน สูงขึ้นตามลำดับ5.อุตสาหกรรมการแพทย์ อุปกรณทางการแพทย์ ระบบรักษาพยาบาล การผลิตยา
6.อุตสาหกรรมยานยนต์ ยานยนต์ไฟฟ้ามีความต้องการในตลาดสูง อาจทำให้การผลิตชิ้นส่วนเพิ่มขึ้นด้วย

โรงกลึงของเรา ผลิตชิ้นงานตามแบบ (Drawing) หรือตามตัวอย่างชิ้นงานต้นแบบ โดยเราจะทำการวัดด้วยเครื่องมือวัดที่ได้มาตราฐาน และจะส่งแบบ (Drawing) เป็นไฟล์ให้ลูกค้าก่อนที่จะสั่งผลิตชิ้นงาน หลังจากผลิตชิ้นงานเสร็จเรียบร้อยแล้วผู้จัดการโรงงานจะทำการตรวจเช็ค (QC) ก่อนส่งให้ลูกค้าทุกครั้ง ซึ่งที่ผ่านมาทำให้ลูกค้าของเราประทับใจ

เรารับกลึงวัสดุทุกประเภท ด้วยเครื่องจักรคุณภาพ – เหล็ก (SS400 S45C S50C SCM440 SKD11) – สแตนเลส (SUS304 SUS316 SUS416) – อลูมิเนียม (AL5052 AL6063 AL6061 AL7075) – ทองเหลือง ทองเหลืองลายเสือ – ทองแดง
– เหล็กหล่อ
– ไทเทเนียม – วัสดุวิศวกรรมต่างๆ ซุปเปอร์ลีน POM Nylon

รับผลิตชิ้นส่วนโลหะตามแบบ
บริการงานกลึง CNC งานมิลลิ่ง(Milling) ด้วยเครื่องจักรทันสมัยความแม่นยำสูง ประเภทMachining Center การเจียร คว้าน ปาด ,ตัดเลเซอร์ ,พับ ดัด ตัด เชื่อมประกบ โลหะ ,กัดเฟือง ,ลูกกลิ้งอุตสาหกรรม ,งานMass Production ,งานต้นแบบ Prototype ,งานซ่อมบำรุงอะไหล่เครื่องจักร , พลาสติกวิศวกรรม ควบคุมงานโดยวิศวกรและทีมงานมืออาชีพ

โรงกลึงสมุทรปราการ , โรงกลึงบางพลี , โรงกลึงแพรกษา 

หากท่านกำลังหาโรงกลึง หรือ ต้องการผลิตชิ้นส่วน สามารถติดต่อได้ที่line : @mtmsupply หรือโทร 0814228821 K.Maytee

Line-icon.png